ผู้จัดการ กับ ขอทาน
การขายของ ใช่ว่าจะมีความรู้มากกว่าคนอื่น แล้วจะขายได้ดีกว่า ถ้าผมบอกว่า ขอทาน ขายของได้ดี กว่าคนจบหลักสูตร ผู้จัดการด้านการขาย คุณคงจะสงสัย หรือ อาจค้านหัวชนฝา แต่ในชีวิตจริง อะไรยังไม่ได้ลอง หรือ ลงมือทำ คงตัดสินหรือสรุปเลยไม่ได้ งั้นก่อนที่จะตัดสินว่าขอทานหรือผู้บริหาร ใครขายของได้ดีกว่ากัน อยากให้ฟังเรื่องราวจากสิ่งที่ผมได้เจอมา ต่อไปนี้
วัยรุ่นชาย คนหนึ่ง เป็นพนักงานร้านสะดวกชื้อแห่งหนึ่ง กำลังโปรโมตสินค้า เรียกลูกค้าเข้าร้าน
แต่แล้วก็มีชายขอทานคนหนึ่ง แขนซ้ายขาดพิการ ขาขวาก็ขาด ต้องใส่ขาเทียม ได้นำน้ำเปล่ามาขาย ข้างร้านสะดวกชื้อ แต่ถ้าว่า น้ำดื่มที่ขายกลับมียี่ห้อเดียวกับร้านสะดวกชื้อ เวลาผ่านไป เด็กในร้านก็ได้สังเกตุเห็น ลูกค้าที่ผ่านไปผ่านมา ได้ชื้อน้ำเปล่าขอทานไปเป็นจำนวนมาก แตกต่างกับน้ำเปล่าในร้านค้า ที่ขายได้น้อยกว่าปกติมาก วันรุ่งขึ้น พนักงานร้านสะดวกชื้อ ก็สังเกตเห็นขอทานมานั้งขายน้ำเปล่า ที่เดิมอีก จึงได้ไปปรึกษา ผู้จัดการร้าน ว่าจะแก้ปัญหาอย่างไรดี น้ำเปล่าขายไม่ได้ตามยอดเลย ผู้จัดการร้าน จึงเสนอความคิดมาให้เด็กในร้าน ยกน้ำเปล่าไปขายหน้าร้านแข่งกับขอทานเลย เด็ก พนักงานจึงขนขวดน้ำเปล่า ใส่กล่องโฟม เทน้ำแข็งใส่ทับให้เย็น และเรียกลูกค้า ที่ผ่านไปผ่านมา ซึ่งแตกต่างกับ น้ำเปล่าของขอทาน ที่ไม่ได้แช่เย็นเลย และไม่มีการเรียกลูกค้าด้วย เมื่อเวลาผ่านไป เด็กในร้านก็ยังสังเกตเห็นว่า น้ำเปล่าของขอทาน ก็ยังขายดีกว่าอยู่ดี แม้ว่าทางร้านค้าจะสามารถขายน้ำเปล่าได้มากขึ้น แต่ก็ยังสู้ ขอทานไม่ได้
วันรุ่งขึ้น เด็กพนักงานจึงไปปรึกษา ผู้จัดการร้านอีก ผู้จัดการจึงสงสัยในสิ่งที่เกิดขึ้น จึงมาสังเกตดูการขายน้ำของพนักงาน ที่ร้าน และของขอทาน ก็พบว่า เป็นไปตามที่พนักงานบอกกล่าว จึงเกิดความสงสัยว่า เพราะอะไรลูกค้า จึงเลือก ชื้อน้ำของขอทานมากกว่าของทางร้าน ค้า ทั้งที่ น้ำของทางร้าน เย็นชื่นใจกว่า และมีพนักงานต้อนรับที่ดีกว่า จึงคิดหาทางแก้ปัญหาอีกครั้ง โดยครั้งนี้ สั่งให้พนักงานลดราคาน้ำเปล่า ลงมาให้ถูกกว่าของขอทานดู ว่าคนจะยังไปชื้ออยู่ไหม
เวลาผ่านไป 2 วัน ผู้จัดการจึง ถามพนักงานที่ร้าน ว่า ยอดขายน้ำเป็นอย่างไรบ้าง พนักงานบอกว่า ยอดขายน้ำเปล่าได้ตามเป้าหมายค่ะ ผู้จัดการ จึงถามต่อไป ว่าแล้วน้ำเปล่า ของขอทานละ เป็นไงบ้าง พนักงานจึงบอกว่า ก็ขายได้ปริมาณเท่าเดิมค่ะ บางวันก็อาจได้ยอดเกือบเท่า ยอดของทางร้านเราเลยค่ะ ผู้จัดการงงและ สงสัย เหตุทำไหม ยอดขายของขอทานไม่ตก และ ทำไหมบางที ถึงขายได้เกือบเท่าทางร้าน จึงไปดูกับตาตัวเอง อีกครั้ง จึงสังเกตเห็นว่า ลูกค้าที่เข้าไปชื้อน้ำเปล่าของขอทาน บางทีก็ไม่ได้จำเป็นจะบริโภคน้ำเลย และบางทีลูกค้า ที่มาชื้อน้ำจากทางร้าน ก็ชื้อน้ำจากขอทานเพิ่มอีก หรือบางทีก็ไม่รับเงินทอนจาก ขอทานด้วยซ้ำ
คุณผู้อ่านครับ คุณคิดว่าเพราะอะไรครับ เผลอ ๆ ผู้จัดการ หักต้นทุนจากค่าแรงพนักงาน ค่าไฟ ค่าเช่ามาได้น้อยกว่าขอทานอีก คุณผู้อ่านครับ เรื่องนี้ ผมบอกเลย ครับ มันเป็นเรื่องจริงครับ คุณอาจจะไม่อยากเชื่อ เราก็ท้า ให้คุณทดลอง ทดสอบ พิสูจน์ได้เลยครับ
แต่ถ้าถามผมว่าเพราะอะไร ผมคิดว่าคนที่เขาชื้อของ บางทีจุดประสงค์เขาอาจไม่ได้ต้องการที่จะชื้อของครับ บางทีจุดประสงค์เขา แค่อยากต้องการ ช่วยเหลือ โดยไม่สนใจสิ่งที่แลกมาด้วยซ้ำไป ว่าจะคือน้ำเปล่าหรืออะไร หรือแม้แต่เงินทอน เขายังไม่อยากรับคืน เพราะเขาอาจ พอใจที่ได้ช่วยเหลือ ด้วยจำนวนเงินที่จ่ายไปแล้ว โดยไม่ได้สนใจราคาของสิ่งที่แลกมา ว่าเท่าไหร่ แล้วต้องทอนกลับมาเท่าไหร่ ดังนั้น ลูกค้าของขอทาน กับลูกค้าของร้านค้า จึงต่างกัน ที่จุดประสงค์ของการเข้ามาอุดหนุน จึงไม่แปลกที่ คนอุดหนุนเพราะ อยากช่วยเหลือ มากกว่า คนอุดหนุนเพราะต้องการบริโภคในตัวสินค้าตัวนั้น
.....ครับการขายของ มีอะไรที่มากกว่าในตำราเรียนมากครับ ...
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น